ความเป็นมาของลัทธิชาตินิยม

posted on 28 Jan 2012 16:18 by history-nationalism
"
                                ความเป็นมาของลัทธิชาตินิยม
 
 
          ลัทธิชาตินิยมเป็นลัทธิการเมืองที่เน้นความจงรักภักดีต่อชาติ โดยถือว่าชาติเป็นที่มาของทุกสิ่ง
ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ สังคมหรือวัฒนธรรม ลัทธิชาตินิยมจึงไม่ได้เป็นเพียงรูปแบบ
ทางการเมืองแต่เป็นอุดมคติในการดำเนินชีวิต
.
          การเกิดรัฐชาติและความรู้สึกความเป็นชาติของคนแต่ละสมัยแต่ละท้องถิ่น แม้จะมีลักษณะคล้าย-
คลึงกันแต่ก็มีส่วนแตกต่างกันไปตามสภาพของภูมิศาสตร์ การเมือง สังคม และประวัติศาสตร์ เมื่อพิจารณา
ลักษณะโดยละเอียดแล้ว ชาตินิยมแต่ละชาติมีลักษณะต่างกัน
.
          ลัทธิชาตินิยมเจริญขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 15 - 17 เกิดจากกษัตริย์ต้องการพ้นอำนาจจาก
ศาสนจักรคาทอลิก และอิทธิพลของขุนนางในระบอบพีวดัล นโยบายพาณิชยนิยม (commercialism)
ซึ่งรัฐใช้นโยบาลสนับสุนการค้าภายนอกเป็นนโยบายระดับชาติ ช่วยเพิ่มอำนาจทางเศรษฐกิจแก่กษัตริย์
และชนชั้นกลาง  ส่วนการสนับสนุนให้ใช้ศาสนาประจำชาติแทนภาษาละติน ก็ทำให้วัฒนธรรมของแต่ละ
เชื้อชาติเจริญขึ้น  เนื้อหาทางด้านวัฒนธรรมต่างๆก็หันกลับไปสู่กรีกและโรมันแทนวัฒนธรรมของ
คริสต์ศาสนา จึงอาจกล่าวได้ว่าลัทธิชาตินิยมในเบื้องต้นนี้เป็นลัทธิชาตินิยมของชนชั้นสูงคือกษัตริย์
          ในศตวรรษที่ 18 ซึ่งเรียกว่า สมัยภูมิธรรม (enlightenment) นั้นความเจริญทางด้าน
วิทยาศาสตร์ขยายตัวอย่างมาก ชนชั้นกลางมีความรู้สูงและมีอำนาจทางเศรษฐกิจ ระบบปรัชญาการ
เมืองแบบเสรีนิยิมของล็อค ซึ่งเห็นว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชนและการปกครองที่ดีเกิดจาก
ความยินยอมพร้อมใจ (consent) ของประชาชนได้รับความนิยม แนวความคิดต่อต้านระบบเทวสิทธิ
ซึ่งยกย่องกษัตริย์และถทอว่าที่มาของอำนาจอธิปไตยอยู่ที่พระเจ้า ลัทธิชาตินิยมในช่วงนี้มีลักษระเป็น
การเรียนร้องเสรีภาพและอำนาจการปกครองให้มาอยู่ในมือประชาชน ประเทศที่เป็นผู้นำ คือ อังกฤษ
ซึ่งชนชั้นกลางมีอำนาจในรัฐสภาและดำเนินการเปลี่ยนแปลงโดยใช้รัฐสภา ส่วนในฝรั่งเศส
พวกชาตินิยมปฏิวัติเพื่อล้มล้างระบอบกษัตริย์ และสถาปนารัฐที่มีเสรีภาพขึ้น จึงกล่าวได้ว่าในช่วงนี้
ความเป็นชาติที่แท้จริงคือการได้มาซึ่งอำนาจและเสรีภาพของประชาชน ซึ่งผู้ที่ได้สิ่งเหล่านี้ไปได้แก่
ชนชั้นกลาง ระยะนี้จึงจัดเป็นชาตินิยมของชนชั้นกลาง ความสำเร็จทางการค้า ชีวิตแบบเมืองเศรษฐกิจ
แบบอุตสาหกรรม การล่าอาณานิคม เป็นรูปแบบของวัฒนธรรมของชาติที่เจริญในยุคนี้ และความคิดดัง-
กล่าวได้เผื่อไปทั่วยุโรป ดดยเฉพาะก่อนสงครางโลกครั่งที่หนึ่ง  ลัทธิชาตินิยมได้กลายเป็นลัทธินิยม
เชื้อชาติ พยายามรวมคนเชื้อชาติเดียวกันเข้าอยู่ในรัฐเดียวกันหรือกลุ่มเดียวกัน เช่น กลุ่มชาตินิยมเยอรมัน
และ กลุ่มชาตินิยมสลาฟ ลัทธิชาตินิยมแบบใหม่นี้มีผลทำใหเกิดสงครามโลกครั่งที่หนึ่งด้วย
.
          การปฏิวัติอุตสาหกรรมในศตวรรษที่ 19  ก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างชนชั้นนายทุนและชนชั้นกรรมาชีพ แนวความคิดแบบสังคมนิยมซึ่งเน้นความเสมอภาค ได้เช้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชาตินิยมในยุคนี้ ชัยชนะของคอมมิวนิสต์ในรัฐเซียทำให้พวกสังคมนิยมมีกำลังใจในการปฏิวัติเพื่อเปลี่ยนระบบการเมืองใหม่ ความคิดนี้ได้แพร่เข้าไปในเอเชียและแอฟริกา โดยเฉพาะประเทศอาณานิคมการกู้ชาติกับการเปนสังคมนิยมจึงมีความสัมพันธ์กัน และมีลักษณะเป็นการต่อสู้ของชนชั้นกรรมาชีพต่อฝ่ายปกครอง โดยเฉพาะที่เป็นคนต่างชาติ เป็นการปฏิวัติขิงฝ่ายซ้านต่อฝ่ายขวา ในช่วงนี้จึงกล่าวได้ว่าลัทธิสัมคมชาตินิยมเป็นอุดมคติขิงชนชั้นกรรมาชีพ
 
                                  
                    
                                 .
.
.
.
.
ที่มา : http://home.kku.ac.th/thai416102/SubjectWeb/Exercise3_Nationalism.htm

Comment

Comment:

Tweet